นำเข้าสินค้าเวียดนามมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? วิธีคำนวณต้นทุนก่อนสั่งซื้อ
การนำเข้าสินค้าเวียดนามมาไทยเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการค้นหาสินค้าใหม่ เพิ่มความหลากหลายให้ร้านค้า หรือจัดหาสินค้าจากต่างประเทศ แต่ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ สิ่งสำคัญคือการคำนวณต้นทุนทั้งหมดให้ครบถ้วน
เพราะราคาที่เห็นจากร้านค้าเวียดนามยังไม่ใช่ต้นทุนสุดท้ายเมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้ซื้ออาจต้องจ่ายค่าจัดส่งภายในเวียดนาม ค่าชำระเงิน ค่าขนส่งระหว่างประเทศ อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่นตามประเภทสินค้า
บทความนี้ SS CARGO GO จะอธิบายวิธีคำนวณต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมตัวอย่างการแปลงเงิน VND เป็นเงินบาท และการประเมินต้นทุนต่อชิ้นสำหรับผู้ที่ต้องการนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย
สรุป: นำเข้าสินค้าเวียดนามต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?
ต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามไม่ได้มีเพียงราคาสินค้าและค่าขนส่ง แต่ต้องรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการนำเข้า
โดยทั่วไปประกอบด้วย 8 รายการสำคัญ ได้แก่
ราคาสินค้าจากร้านค้าเวียดนาม
ค่าจัดส่งสินค้าภายในเวียดนาม
ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและค่าบริการชำระเงิน
ค่าขนส่งจากเวียดนามมายังประเทศไทย
ค่าประกันภัยสินค้า หากมี
ค่าใช้จ่ายพิธีการศุลกากรและอากรขาเข้า
ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง
ค่าจัดส่งภายในประเทศไทยและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า จำนวน น้ำหนัก ขนาดพัสดุ วิธีขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน และเงื่อนไขบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย
1. ราคาสินค้าเวียดนาม (Product Cost)
ราคาสินค้าเป็นต้นทุนตั้งต้นที่ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้จากร้านค้า ผู้ผลิต หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ของเวียดนาม
โดยทั่วไป ราคาสินค้าอาจแสดงเป็นสกุลเงินดองเวียดนาม (Vietnamese Dong: VND)
ตัวอย่างเช่น หากต้องการสั่งซื้อเสื้อผ้าแฟชั่น 100 ตัว ราคาตัวละ 80,000 VND
มูลค่าสินค้ารวม = 100 × 80,000 = 8,000,000 VND
อย่างไรก็ตาม ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อควรตรวจสอบว่าสินค้ามีจำนวนครบตามต้องการหรือไม่ ราคาดังกล่าวรวมค่าบรรจุภัณฑ์หรือค่าจัดส่งแล้วหรือยัง และมีส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมากหรือไม่
สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าไปขายต่อ ควรตรวจสอบต้นทุนต่อชิ้นและจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) ของร้านค้าด้วย
2. อัตราแลกเปลี่ยน VND เป็น THB คำนวณอย่างไร?
หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนคืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินดองเวียดนาม (VND) กับเงินบาท (THB)
ผู้ให้บริการอาจเสนอเรทในรูปแบบจำนวนเงิน VND ต่อ 1 บาท เช่น 800 VND/THB
สูตรคำนวณ
ค่าสินค้าเป็นเงินบาท = ราคาสินค้า (VND) ÷ อัตราแลกเปลี่ยน (VND/THB)
สมมติว่าสินค้าราคา 8,000,000 VND และผู้ให้บริการเสนอเรท 800 VND ต่อ 1 บาท
8,000,000 ÷ 800 = 10,000 บาท
หากอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนเป็น 780 VND ต่อ 1 บาท
8,000,000 ÷ 780 = ประมาณ 10,256.41 บาท
จะเห็นว่าแม้ราคาสินค้าในเวียดนามเท่าเดิม แต่ต้นทุนเงินบาทเพิ่มขึ้นประมาณ 256.41 บาท
ทำไมเรทของผู้ให้บริการจึงอาจต่างจากเรทตลาด?
อัตราแลกเปลี่ยนที่เห็นจากธนาคารหรือเว็บไซต์การเงินอาจไม่ใช่เรทที่ใช้ชำระเงินได้จริง เพราะเรทที่ผู้ให้บริการเสนออาจรวมส่วนต่างการแลกเปลี่ยน ต้นทุนการทำธุรกรรม และค่าบริการตามเงื่อนไข
ก่อนชำระเงินควรสอบถามว่าเรทที่เสนอเป็นเรทสุดท้ายหรือไม่ มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือไม่ และสามารถยืนยันเรทได้นานเท่าไร
หมายเหตุ: ตัวเลข 800 และ 780 VND/THB เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันหรือเรทเสนอขายของ SS CARGO GO
3. ค่าจัดส่งสินค้าภายในเวียดนาม
เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าเวียดนาม อาจมีค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าจากร้านค้าไปยังจุดรับสินค้าของผู้ให้บริการขนส่ง
ค่าจัดส่งภายในเวียดนามอาจขึ้นอยู่กับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดสินค้า บริษัทขนส่ง และเงื่อนไขของร้านค้า
บางร้านค้าอาจเสนอค่าจัดส่งฟรี ขณะที่บางร้านคิดค่าจัดส่งแยกตามจำนวนพัสดุ
หากสั่งซื้อจากหลายร้าน ควรตรวจสอบว่าสามารถจัดส่งมายังจุดรับเดียวกันได้หรือไม่ และมีค่ารับสินค้า ค่ารวบรวมพัสดุ หรือค่าจัดเก็บเพิ่มเติมหรือไม่
4. ค่าขนส่งสินค้าเวียดนาม–ไทย
ค่าขนส่งระหว่างประเทศเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ประกอบการควรประเมินก่อนสั่งซื้อ
สำหรับการขนส่งทางรถ ค่าบริการอาจคำนวณจากน้ำหนักจริง น้ำหนักปริมาตร ขนาดสินค้า ประเภทสินค้า หรือเงื่อนไขราคาเฉพาะของผู้ให้บริการ
ตัวอย่างการคำนวณค่าขนส่งตามน้ำหนัก
สมมติว่าผู้ให้บริการเสนอค่าขนส่ง 45 บาทต่อกิโลกรัม และสินค้ามีน้ำหนักที่ใช้คิดค่าบริการ 20 กิโลกรัม
20 × 45 = 900 บาท
หากน้ำหนักที่ใช้คิดค่าบริการเพิ่มเป็น 50 กิโลกรัม
50 × 45 = 2,250 บาท
ตัวเลข 45 บาทต่อกิโลกรัมเป็นเพียงอัตราสมมติ ไม่ใช่ราคาค่าขนส่งจริงของ SS CARGO GO
น้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตรต่างกันอย่างไร?
น้ำหนักจริงคือน้ำหนักที่ชั่งได้จากสินค้าและบรรจุภัณฑ์
น้ำหนักปริมาตรเป็นค่าที่ใช้สะท้อนพื้นที่ที่พัสดุใช้ในการขนส่ง โดยบางบริการอาจนำความกว้าง ความยาว และความสูงมาคำนวณตามตัวหารที่กำหนด
ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบวิธีคิดค่าขนส่งของผู้ให้บริการโดยตรง เพราะสินค้าที่มีน้ำหนักเบาแต่มีขนาดใหญ่อาจมีค่าขนส่งสูงกว่าที่คาดไว้
5. อากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม
สินค้านำเข้าประเทศไทยอาจมีภาระอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นตามกฎหมาย
อัตราอากรขาเข้าขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากร (HS Code) ชนิดสินค้า ประเทศกำเนิดสินค้า และสิทธิพิเศษทางภาษีที่ใช้ได้จริง
ราคา CIF คืออะไร?
CIF ประกอบด้วย
Cost (C): มูลค่าสินค้าที่ใช้ในการประเมินราคาศุลกากร
Insurance (I): ค่าประกันภัยที่เกี่ยวข้อง
Freight (F): ค่าขนส่งระหว่างประเทศ
ราคา CIF = Cost + Insurance + Freight
สูตรคำนวณอากรขาเข้า
อากรขาเข้า = ราคา CIF × อัตราอากรขาเข้า
สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่มีภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่ม ฐาน VAT เบื้องต้นคือราคา CIF รวมอากรขาเข้า
ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) × อัตรา VAT
หากมีภาษีสรรพสามิตหรือภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นที่กฎหมายกำหนด ต้องนำมารวมในฐาน VAT ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
ตัวอย่างคำนวณภาษีนำเข้า
สมมติว่ามีข้อมูลดังนี้
มูลค่าสินค้า: 10,000 บาท
ค่าขนส่งระหว่างประเทศ: 1,000 บาท
ค่าประกันภัย: 100 บาท
อัตราอากรขาเข้า: 10% (สมมติ)
อัตรา VAT: 7% (ใช้ประกอบตัวอย่าง)
ราคา CIF = 10,000 + 1,000 + 100 = 11,100 บาท
อากรขาเข้า = 11,100 × 10% = 1,110 บาท
VAT = (11,100 + 1,110) × 7% = 854.70 บาท
รวมอากรและ VAT = 1,964.70 บาท
ดังนั้นต้นทุนสินค้า ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย และภาษีตามตัวอย่างนี้รวมเป็น 13,064.70 บาท ก่อนรวมค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่น
ตัวอย่างนี้ไม่ใช่การยืนยันอัตราอากรสำหรับสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าและสิทธิพิเศษทางภาษีก่อนนำเข้าจริง
6. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้ซื้ออาจมองข้าม
นอกจากค่าใช้จ่ายหลักแล้ว ยังอาจมีต้นทุนอื่น เช่น
ค่าบริการช่วยชำระค่าสินค้า
ค่าตรวจสอบหรือจัดการคำสั่งซื้อ หากมี
ค่าบรรจุหีบห่อเพิ่มเติม
ค่าประกันภัยสินค้า
ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร
ค่าจัดเก็บสินค้าเมื่อเกินระยะเวลาที่กำหนด
ค่าจัดส่งจากจุดรับสินค้าในไทยถึงที่อยู่ปลายทาง
ค่าใบอนุญาตหรือเอกสารเฉพาะสินค้า
ค่าใช้จ่ายจากการคืนสินค้า สินค้าชำรุด หรือการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อ
ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคำสั่งซื้อ จึงควรขอรายละเอียดจากผู้ให้บริการก่อนชำระเงิน
7. ตัวอย่างคำนวณต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามแบบครบรายการ
สมมติว่าผู้ประกอบการต้องการนำเข้าเสื้อผ้าแฟชั่น 100 ตัว โดยมีข้อมูลดังนี้
| รายการ | จำนวนเงิน |
|---|---|
| ค่าสินค้า 8,000,000 VND ที่เรท 800 VND/THB | 10,000 บาท |
| ค่าจัดส่งภายในเวียดนาม | 200 บาท |
| ค่าบริการชำระเงิน | 150 บาท |
| ค่าขนส่งระหว่างประเทศ | 1,000 บาท |
| ค่าประกันภัย | 100 บาท |
| อากรขาเข้า (สมมติ 10% ของ CIF 11,100 บาท) | 1,110 บาท |
| VAT (สมมติฐานทั่วไป 7%) | 854.70 บาท |
| ค่าดำเนินการอื่น | 300 บาท |
| ค่าจัดส่งในประเทศไทย | 200 บาท |
| ต้นทุนรวมโดยประมาณ | 13,914.70 บาท |
ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น = 13,914.70 ÷ 100
ต้นทุนเฉลี่ย = 139.15 บาทต่อชิ้น (ปัดเศษ)
ตัวเลขนี้เป็นสถานการณ์สมมติสำหรับฝึกคำนวณเท่านั้น โดยถือว่าค่าจัดส่งภายในเวียดนามและค่าบริการอื่นที่แยกแสดงไม่ได้ถูกนำไปรวมใน CIF ของตัวอย่าง และไม่มีภาษีอื่นเพิ่มเติม ในการนำเข้าจริง ต้องตรวจสอบองค์ประกอบราคาศุลกากรเพื่อไม่ให้คิดซ้ำหรือตกหล่น
สำหรับผู้ประกอบการ ต้นทุนเฉลี่ยนี้ยังไม่ใช่กำไรหรือราคาขายที่เหมาะสม เพราะยังต้องพิจารณาค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ
8. วิธีควบคุมต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนาม
การลดต้นทุนไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกค่าขนส่งที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่ควรพิจารณาต้นทุนรวมและความเสี่ยงตลอดกระบวนการ
วิธีที่ช่วยวางแผนต้นทุนได้ดีขึ้น ได้แก่
เปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายร้าน โดยดูคุณภาพและเงื่อนไขประกอบ
ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและยอดชำระจริงก่อนยืนยัน
สอบถามวิธีคำนวณน้ำหนักและค่าขนส่งให้ชัดเจน
วางแผนรอบสั่งซื้อเพื่อลดการสั่งสินค้ากระจัดกระจาย
ตรวจสอบพิกัดศุลกากรและเอกสารที่ต้องใช้ล่วงหน้า
ประเมินต้นทุนต่อชิ้นหลังรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด
เผื่องบสำหรับความผันผวนของเรทและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น
หากสั่งซื้อเพื่อจำหน่ายต่อ ควรเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับราคาขายที่ตลาดยอมรับ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อจำนวนมาก
9. SS CARGO GO ช่วยวางแผนการนำเข้าสินค้าเวียดนามได้อย่างไร?
SS CARGO GO ให้บริการเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าเวียดนามและการขนส่งมายังประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการให้เหมาะกับรูปแบบการสั่งซื้อของตนเอง
สำหรับลูกค้าที่ต้องการให้ช่วยชำระค่าสินค้า สามารถส่งลิงก์และรายละเอียดสินค้า เพื่อสอบถามขั้นตอน ยอดชำระ และเงื่อนไขบริการ
สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าเอง สามารถสอบถามบริการขนส่งเวียดนาม–ไทย พร้อมรายละเอียดการจัดส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง
การประเมินต้นทุนควรอ้างอิงข้อมูลสินค้าจริง เช่น ประเภทสินค้า จำนวน น้ำหนัก ขนาดบรรจุภัณฑ์ และสถานที่รับ–ส่งสินค้า