นำเข้าสินค้าเวียดนามมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? วิธีคำนวณต้นทุน

03/11/2026

นำเข้าสินค้าเวียดนามมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? วิธีคำนวณต้นทุน

นำเข้าสินค้าเวียดนามมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง? วิธีคำนวณต้นทุนก่อนสั่งซื้อ

การนำเข้าสินค้าเวียดนามมาไทยเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการค้นหาสินค้าใหม่ เพิ่มความหลากหลายให้ร้านค้า หรือจัดหาสินค้าจากต่างประเทศ แต่ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อ สิ่งสำคัญคือการคำนวณต้นทุนทั้งหมดให้ครบถ้วน

เพราะราคาที่เห็นจากร้านค้าเวียดนามยังไม่ใช่ต้นทุนสุดท้ายเมื่อสินค้ามาถึงประเทศไทย ผู้ซื้ออาจต้องจ่ายค่าจัดส่งภายในเวียดนาม ค่าชำระเงิน ค่าขนส่งระหว่างประเทศ อากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และค่าใช้จ่ายอื่นตามประเภทสินค้า

บทความนี้ SS CARGO GO จะอธิบายวิธีคำนวณต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามอย่างเป็นขั้นตอน พร้อมตัวอย่างการแปลงเงิน VND เป็นเงินบาท และการประเมินต้นทุนต่อชิ้นสำหรับผู้ที่ต้องการนำเข้าสินค้ามาจำหน่าย

สรุป: นำเข้าสินค้าเวียดนามต้องเตรียมค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

ต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามไม่ได้มีเพียงราคาสินค้าและค่าขนส่ง แต่ต้องรวมค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นตลอดกระบวนการนำเข้า

โดยทั่วไปประกอบด้วย 8 รายการสำคัญ ได้แก่

  1. ราคาสินค้าจากร้านค้าเวียดนาม

  2. ค่าจัดส่งสินค้าภายในเวียดนาม

  3. ส่วนต่างอัตราแลกเปลี่ยนและค่าบริการชำระเงิน

  4. ค่าขนส่งจากเวียดนามมายังประเทศไทย

  5. ค่าประกันภัยสินค้า หากมี

  6. ค่าใช้จ่ายพิธีการศุลกากรและอากรขาเข้า

  7. ภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีอื่นที่เกี่ยวข้อง

  8. ค่าจัดส่งภายในประเทศไทยและค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม

ค่าใช้จ่ายจริงขึ้นอยู่กับประเภทสินค้า จำนวน น้ำหนัก ขนาดพัสดุ วิธีขนส่ง อัตราแลกเปลี่ยน และเงื่อนไขบริการของผู้ให้บริการแต่ละราย

1. ราคาสินค้าเวียดนาม (Product Cost)

ราคาสินค้าเป็นต้นทุนตั้งต้นที่ผู้ซื้อสามารถตรวจสอบได้จากร้านค้า ผู้ผลิต หรือแพลตฟอร์มออนไลน์ของเวียดนาม

โดยทั่วไป ราคาสินค้าอาจแสดงเป็นสกุลเงินดองเวียดนาม (Vietnamese Dong: VND)

ตัวอย่างเช่น หากต้องการสั่งซื้อเสื้อผ้าแฟชั่น 100 ตัว ราคาตัวละ 80,000 VND

มูลค่าสินค้ารวม = 100 × 80,000 = 8,000,000 VND

อย่างไรก็ตาม ก่อนยืนยันคำสั่งซื้อควรตรวจสอบว่าสินค้ามีจำนวนครบตามต้องการหรือไม่ ราคาดังกล่าวรวมค่าบรรจุภัณฑ์หรือค่าจัดส่งแล้วหรือยัง และมีส่วนลดสำหรับการสั่งซื้อจำนวนมากหรือไม่

สำหรับผู้ประกอบการที่ต้องการนำสินค้าไปขายต่อ ควรตรวจสอบต้นทุนต่อชิ้นและจำนวนสั่งซื้อขั้นต่ำ (MOQ) ของร้านค้าด้วย

2. อัตราแลกเปลี่ยน VND เป็น THB คำนวณอย่างไร?

หนึ่งในปัจจัยที่มีผลต่อต้นทุนคืออัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินดองเวียดนาม (VND) กับเงินบาท (THB)

ผู้ให้บริการอาจเสนอเรทในรูปแบบจำนวนเงิน VND ต่อ 1 บาท เช่น 800 VND/THB

สูตรคำนวณ

ค่าสินค้าเป็นเงินบาท = ราคาสินค้า (VND) ÷ อัตราแลกเปลี่ยน (VND/THB)

สมมติว่าสินค้าราคา 8,000,000 VND และผู้ให้บริการเสนอเรท 800 VND ต่อ 1 บาท

8,000,000 ÷ 800 = 10,000 บาท

หากอัตราแลกเปลี่ยนเปลี่ยนเป็น 780 VND ต่อ 1 บาท

8,000,000 ÷ 780 = ประมาณ 10,256.41 บาท

จะเห็นว่าแม้ราคาสินค้าในเวียดนามเท่าเดิม แต่ต้นทุนเงินบาทเพิ่มขึ้นประมาณ 256.41 บาท

ทำไมเรทของผู้ให้บริการจึงอาจต่างจากเรทตลาด?

อัตราแลกเปลี่ยนที่เห็นจากธนาคารหรือเว็บไซต์การเงินอาจไม่ใช่เรทที่ใช้ชำระเงินได้จริง เพราะเรทที่ผู้ให้บริการเสนออาจรวมส่วนต่างการแลกเปลี่ยน ต้นทุนการทำธุรกรรม และค่าบริการตามเงื่อนไข

ก่อนชำระเงินควรสอบถามว่าเรทที่เสนอเป็นเรทสุดท้ายหรือไม่ มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมหรือไม่ และสามารถยืนยันเรทได้นานเท่าไร

หมายเหตุ: ตัวเลข 800 และ 780 VND/THB เป็นเพียงตัวอย่างเพื่ออธิบายวิธีคำนวณ ไม่ใช่อัตราแลกเปลี่ยนปัจจุบันหรือเรทเสนอขายของ SS CARGO GO

3. ค่าจัดส่งสินค้าภายในเวียดนาม

เมื่อสั่งซื้อสินค้าจากร้านค้าเวียดนาม อาจมีค่าใช้จ่ายในการส่งสินค้าจากร้านค้าไปยังจุดรับสินค้าของผู้ให้บริการขนส่ง

ค่าจัดส่งภายในเวียดนามอาจขึ้นอยู่กับระยะทาง น้ำหนัก ขนาดสินค้า บริษัทขนส่ง และเงื่อนไขของร้านค้า

บางร้านค้าอาจเสนอค่าจัดส่งฟรี ขณะที่บางร้านคิดค่าจัดส่งแยกตามจำนวนพัสดุ

หากสั่งซื้อจากหลายร้าน ควรตรวจสอบว่าสามารถจัดส่งมายังจุดรับเดียวกันได้หรือไม่ และมีค่ารับสินค้า ค่ารวบรวมพัสดุ หรือค่าจัดเก็บเพิ่มเติมหรือไม่

4. ค่าขนส่งสินค้าเวียดนาม–ไทย

ค่าขนส่งระหว่างประเทศเป็นต้นทุนสำคัญที่ผู้ประกอบการควรประเมินก่อนสั่งซื้อ

สำหรับการขนส่งทางรถ ค่าบริการอาจคำนวณจากน้ำหนักจริง น้ำหนักปริมาตร ขนาดสินค้า ประเภทสินค้า หรือเงื่อนไขราคาเฉพาะของผู้ให้บริการ

ตัวอย่างการคำนวณค่าขนส่งตามน้ำหนัก

สมมติว่าผู้ให้บริการเสนอค่าขนส่ง 45 บาทต่อกิโลกรัม และสินค้ามีน้ำหนักที่ใช้คิดค่าบริการ 20 กิโลกรัม

20 × 45 = 900 บาท

หากน้ำหนักที่ใช้คิดค่าบริการเพิ่มเป็น 50 กิโลกรัม

50 × 45 = 2,250 บาท

ตัวเลข 45 บาทต่อกิโลกรัมเป็นเพียงอัตราสมมติ ไม่ใช่ราคาค่าขนส่งจริงของ SS CARGO GO

น้ำหนักจริงกับน้ำหนักปริมาตรต่างกันอย่างไร?

น้ำหนักจริงคือน้ำหนักที่ชั่งได้จากสินค้าและบรรจุภัณฑ์

น้ำหนักปริมาตรเป็นค่าที่ใช้สะท้อนพื้นที่ที่พัสดุใช้ในการขนส่ง โดยบางบริการอาจนำความกว้าง ความยาว และความสูงมาคำนวณตามตัวหารที่กำหนด

ผู้ซื้อจึงควรตรวจสอบวิธีคิดค่าขนส่งของผู้ให้บริการโดยตรง เพราะสินค้าที่มีน้ำหนักเบาแต่มีขนาดใหญ่อาจมีค่าขนส่งสูงกว่าที่คาดไว้

5. อากรขาเข้าและภาษีมูลค่าเพิ่ม

สินค้านำเข้าประเทศไทยอาจมีภาระอากรขาเข้า ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นตามกฎหมาย

อัตราอากรขาเข้าขึ้นอยู่กับพิกัดศุลกากร (HS Code) ชนิดสินค้า ประเทศกำเนิดสินค้า และสิทธิพิเศษทางภาษีที่ใช้ได้จริง

ราคา CIF คืออะไร?

CIF ประกอบด้วย

  • Cost (C): มูลค่าสินค้าที่ใช้ในการประเมินราคาศุลกากร

  • Insurance (I): ค่าประกันภัยที่เกี่ยวข้อง

  • Freight (F): ค่าขนส่งระหว่างประเทศ

ราคา CIF = Cost + Insurance + Freight

สูตรคำนวณอากรขาเข้า

อากรขาเข้า = ราคา CIF × อัตราอากรขาเข้า

สำหรับสินค้าทั่วไปที่ไม่มีภาษีหรือค่าธรรมเนียมอื่นเพิ่ม ฐาน VAT เบื้องต้นคือราคา CIF รวมอากรขาเข้า

ภาษีมูลค่าเพิ่ม = (ราคา CIF + อากรขาเข้า) × อัตรา VAT

หากมีภาษีสรรพสามิตหรือภาษีและค่าธรรมเนียมอื่นที่กฎหมายกำหนด ต้องนำมารวมในฐาน VAT ตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง

ตัวอย่างคำนวณภาษีนำเข้า

สมมติว่ามีข้อมูลดังนี้

  • มูลค่าสินค้า: 10,000 บาท

  • ค่าขนส่งระหว่างประเทศ: 1,000 บาท

  • ค่าประกันภัย: 100 บาท

  • อัตราอากรขาเข้า: 10% (สมมติ)

  • อัตรา VAT: 7% (ใช้ประกอบตัวอย่าง)

ราคา CIF = 10,000 + 1,000 + 100 = 11,100 บาท

อากรขาเข้า = 11,100 × 10% = 1,110 บาท

VAT = (11,100 + 1,110) × 7% = 854.70 บาท

รวมอากรและ VAT = 1,964.70 บาท

ดังนั้นต้นทุนสินค้า ค่าขนส่งระหว่างประเทศ ค่าประกันภัย และภาษีตามตัวอย่างนี้รวมเป็น 13,064.70 บาท ก่อนรวมค่าบริการและค่าใช้จ่ายอื่น

ตัวอย่างนี้ไม่ใช่การยืนยันอัตราอากรสำหรับสินค้าประเภทใดประเภทหนึ่ง ต้องตรวจสอบพิกัดสินค้าและสิทธิพิเศษทางภาษีก่อนนำเข้าจริง

6. ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ผู้ซื้ออาจมองข้าม

นอกจากค่าใช้จ่ายหลักแล้ว ยังอาจมีต้นทุนอื่น เช่น

  • ค่าบริการช่วยชำระค่าสินค้า

  • ค่าตรวจสอบหรือจัดการคำสั่งซื้อ หากมี

  • ค่าบรรจุหีบห่อเพิ่มเติม

  • ค่าประกันภัยสินค้า

  • ค่าดำเนินพิธีการศุลกากร

  • ค่าจัดเก็บสินค้าเมื่อเกินระยะเวลาที่กำหนด

  • ค่าจัดส่งจากจุดรับสินค้าในไทยถึงที่อยู่ปลายทาง

  • ค่าใบอนุญาตหรือเอกสารเฉพาะสินค้า

  • ค่าใช้จ่ายจากการคืนสินค้า สินค้าชำรุด หรือการเปลี่ยนแปลงคำสั่งซื้อ

ค่าใช้จ่ายเหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคำสั่งซื้อ จึงควรขอรายละเอียดจากผู้ให้บริการก่อนชำระเงิน

7. ตัวอย่างคำนวณต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนามแบบครบรายการ

สมมติว่าผู้ประกอบการต้องการนำเข้าเสื้อผ้าแฟชั่น 100 ตัว โดยมีข้อมูลดังนี้

รายการจำนวนเงิน
ค่าสินค้า 8,000,000 VND ที่เรท 800 VND/THB10,000 บาท
ค่าจัดส่งภายในเวียดนาม200 บาท
ค่าบริการชำระเงิน150 บาท
ค่าขนส่งระหว่างประเทศ1,000 บาท
ค่าประกันภัย100 บาท
อากรขาเข้า (สมมติ 10% ของ CIF 11,100 บาท)1,110 บาท
VAT (สมมติฐานทั่วไป 7%)854.70 บาท
ค่าดำเนินการอื่น300 บาท
ค่าจัดส่งในประเทศไทย200 บาท
ต้นทุนรวมโดยประมาณ13,914.70 บาท

ต้นทุนเฉลี่ยต่อชิ้น = 13,914.70 ÷ 100

ต้นทุนเฉลี่ย = 139.15 บาทต่อชิ้น (ปัดเศษ)

ตัวเลขนี้เป็นสถานการณ์สมมติสำหรับฝึกคำนวณเท่านั้น โดยถือว่าค่าจัดส่งภายในเวียดนามและค่าบริการอื่นที่แยกแสดงไม่ได้ถูกนำไปรวมใน CIF ของตัวอย่าง และไม่มีภาษีอื่นเพิ่มเติม ในการนำเข้าจริง ต้องตรวจสอบองค์ประกอบราคาศุลกากรเพื่อไม่ให้คิดซ้ำหรือตกหล่น

สำหรับผู้ประกอบการ ต้นทุนเฉลี่ยนี้ยังไม่ใช่กำไรหรือราคาขายที่เหมาะสม เพราะยังต้องพิจารณาค่าโฆษณา ค่าบรรจุภัณฑ์ ค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม ค่าดำเนินธุรกิจ และความเสี่ยงจากสินค้าคงเหลือ

8. วิธีควบคุมต้นทุนนำเข้าสินค้าเวียดนาม

การลดต้นทุนไม่ได้หมายความว่าต้องเลือกค่าขนส่งที่ถูกที่สุดเสมอไป แต่ควรพิจารณาต้นทุนรวมและความเสี่ยงตลอดกระบวนการ

วิธีที่ช่วยวางแผนต้นทุนได้ดีขึ้น ได้แก่

  1. เปรียบเทียบราคาสินค้าจากหลายร้าน โดยดูคุณภาพและเงื่อนไขประกอบ

  2. ตรวจสอบอัตราแลกเปลี่ยนและยอดชำระจริงก่อนยืนยัน

  3. สอบถามวิธีคำนวณน้ำหนักและค่าขนส่งให้ชัดเจน

  4. วางแผนรอบสั่งซื้อเพื่อลดการสั่งสินค้ากระจัดกระจาย

  5. ตรวจสอบพิกัดศุลกากรและเอกสารที่ต้องใช้ล่วงหน้า

  6. ประเมินต้นทุนต่อชิ้นหลังรวมค่าใช้จ่ายทั้งหมด

  7. เผื่องบสำหรับความผันผวนของเรทและค่าใช้จ่ายที่อาจเกิดขึ้น

หากสั่งซื้อเพื่อจำหน่ายต่อ ควรเปรียบเทียบต้นทุนจริงกับราคาขายที่ตลาดยอมรับ ก่อนตัดสินใจสั่งซื้อจำนวนมาก

9. SS CARGO GO ช่วยวางแผนการนำเข้าสินค้าเวียดนามได้อย่างไร?

SS CARGO GO ให้บริการเกี่ยวกับการสั่งซื้อสินค้าเวียดนามและการขนส่งมายังประเทศไทย โดยลูกค้าสามารถเลือกใช้บริการให้เหมาะกับรูปแบบการสั่งซื้อของตนเอง

สำหรับลูกค้าที่ต้องการให้ช่วยชำระค่าสินค้า สามารถส่งลิงก์และรายละเอียดสินค้า เพื่อสอบถามขั้นตอน ยอดชำระ และเงื่อนไขบริการ

สำหรับลูกค้าที่ซื้อสินค้าเอง สามารถสอบถามบริการขนส่งเวียดนาม–ไทย พร้อมรายละเอียดการจัดส่งและค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง

การประเมินต้นทุนควรอ้างอิงข้อมูลสินค้าจริง เช่น ประเภทสินค้า จำนวน น้ำหนัก ขนาดบรรจุภัณฑ์ และสถานที่รับ–ส่งสินค้า

บทความทั้งหมด